พระยาตากรวบรวมสมัครพรรคพวก หนีออกจากกรุงศรีอยุธยา
(เอื้อเฟื้อภาพโดย เมืองโบราณ)

ภารดี มหาขันธ์ (2526 : 17-18) ได้แสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จหนีออกจากกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุง 3 เดือนไว้ดังนี้

“ การที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เสด็จหนีออกจากกรุงศรีอยุธยานั้น เมื่อพิจารณาตามกฎหมายลักษณะกบฏศึกมาตรา 40 แล้ว พระองค์มีโทษฐานกบฏต้องถูกลงโทษประหารชีวิต แต่เมื่อพระองค์เสด็จหนีรอดไปได้ 3 เดือน กรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พม่า โทษฐานกบฏของพระองค์จึงสิ้นไป นอกจากนั้นยังมีผู้ให้ทรรศนะว่า การเสด็จหนีออกจากกรุงศรีอยุธยา ของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และพรรคพวก มิใช่การหนีเพื่อเอาตัวรอด แต่เป็นการหนีเพื่อซ่องสุมกำลังกลับมา กอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืน และทนุบำรุงพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาว่า เมื่อทรงเดินทางมาถึงตำบลหินโขง และน้ำเก่าแขวงเมืองระยองนั้น

พระองค์ได้ปรึกษากับนายทัพนายกองและรี้พลของพระองค์ว่า “ กรุงศรีอยุธยาคงจะเสียแก่พม่าเป็นแน่แท้ ตัวเราจะคิดซ่องสุมประชาราษฎรแขวงหัวเมืองตะวันออกทั้งปวงให้ได้มาก แล้วจะยกกลับเข้าไปกู้กรุงให้คงคืนเป็นราชธานีดังเก่า แล้วจักทำนุบำรุงสมณพราหมณ์ประชาราษฎร ซึ่งอนาถาหาที่พำนักบ่มิได้ให้ร่มเย็นเป็นสุขานุสุข และจะยอยกพระบวรพุทธศาสนาให้โชตนาการไพบูลย์ขึ้นเหมือนอย่างแต่ก่อน เราจะตั้งตัวเป็นเจ้าให้คนทั้งหลายนับถือยำเกรงจงมาก การซึ่งจะกอบกู้แผ่นดินจึงจะสำเร็จโดยง่าย … ” ( พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว , 603-604)