เมื่อเนเมียวสีหบดีกลับถึงพม่าแล้ว มังระกษัตริย์พม่าทรงแต่งตั้งให้เนเมียวสีหบดีเป็น ศรีอยุธยาหวุ่น แต่เป็นเพราะผลกรรมที่พม่าทำร้ายแก่ไทย จึงปรากฏว่าในปีเดียวกันนั้นเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ทั่วประเทศพม่า เจดีย์ และสถานที่สำคัญๆ โค่นพังทะลายลงมามากต่อมาก พระเจ้ามังระตกพระทัย จึงได้สร้างพระพุทธรูปทองคำขึ้นหลายองค์เพื่อล้างบาปและบรรจุไว้ในพระสถูปที่ทรงปฎิสังขรณ์ขึ้นใหม่นั้น ( http://www.worldbuddhism.net/buddhism-history/Burma.html , 14/7/2547)

ข้อพิจารณา 1
การสงครามคราวนี้ กินเวลานานและยืดเยื้อ (พ.ศ.2307-2310) ทั้งนี้เพราะทางฝ่ายพม่าปฏิบัติการต่อเนื่องกัน

1. ความมุ่งหมาย ตลอดเวลาพม่าดำรงความมุ่งหมายเดิมเพียงอย่างเดียวคือทำการปล้นเพื่อหวังในทรัพย์สมบัติ เยี่ยงการกระทำของโจร มิใช่ของกองทัพ คงจะเป็นเพราะเหตุนี้กระมังที่พระเจ้าแผ่นดินพม่า พระเจ้ามังระ ไม่กล้าเข้ามาร่วมในกองทัพ เกรงจะเสียพระเกียรติที่เข้ามาร่วมในกองทัพที่เป็นกองโจร จึงปล่อยให้แม่ทัพเป็นผู้รับหน้านำกองทัพไปเป็นกองโจรแทน

2. ที่หมาย ด้วยความละโมภในทรัพย์สมบัติ ซึ่งเดิมทีเดียวก็กำหนดที่หมายไว้เพียงว่าได้แค่ไหนก็จะเอาแค่นั้น กลับมาเปลี่ยนที่หมายใหม่ให้จุใจ โดยกำหนดที่หมายเป็นกรุงศรีอยุธยาเสีย เพราะที่ผ่านมาปล้นสะดมได้สะดวกดี ก็เลยอยากจะได้ถึงราชธานีเสียเลย จึงได้กำหนดที่หมายเสียใหม่เป็นกรุง ศ รีอยุธยา ทำให้ต้องยืดเวลาในการเตรียมการและการปฏิบัติออกไปทั้งระยะทางและระยะเวลา

3. พม่ามีความคิดที่จะรุกรานประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องนี้น่าจะเป็นความจริง เพราะมีการกระทำปรากฏให้เห็นแล้ว เพราะเหตุว่า พม่าเป็นชาติรุกราน
- พม่าต้องการปราบรัฐข้างเคียง เพื่อตั้งตัวเป็นใหญ่
- ปราบรัฐใดลงได้ก็ไม่เท่ากับปราบไทย เพราะถ้าปราบไทยได้แล้วชาติอื่นก็จะต้องเกรงกลัวพม่าหมด
- ดังนั้นการคิดที่จะรุกรานไทย และปราบไทยให้ลงได้ จึงคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา 4. พงศาวดารพม่ายืนยันว่า พระเจ้ามังระมีรับสั่งให้เนเมียวสีหบดีและมังมหานรธา ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา เมื่อพิจารณาดูแล้วก็น่าจะเป็นจริง ถ้าไม่มีคำสั่งแม่ทัพทั้งสองคงไม่กล้าทำ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าสั่งตั้งแต่เมื่อไร ถ้าสั่งก่อน มีนาคม พ.ศ.2307 ก็น่าจะจริง แต่ถ้าสั่งหลังจากนั้น ก็น่าจะเป็นไปตามที่สถานการณ์เกื้อกูลมากกว่า ซึ่งตามพฤติการณ์แล้ว ทั้งพื้นที่และระยะเวลาก็เป็นไปอย่างนั้น