ความสามารถในเชิงยุทธศิลป์ ของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ก็แสดงออกจากวิธีการเข้าโจมตีเมืองจันทบุรี คือพระองค์มิได้ใช้กำลังคนมากแต่ใช้การให้ทำเสียงดังๆ หลอกฝ่ายตรงข้าม จนตกใจคิดว่าถูกโจมตีด้วยกำลังทหารมากกว่าความเป็นจริง จึงยอมแพ้แต่โดยดี

พระปรีชาสามารถ ฉลาด เฉียบแหลม บาทหลวงชาวฝรั่งเศสได้เขียนเกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าตากสินไว้ว่า “พระยาตากคนนี้เป็นคนที่ฉลาดไหวพริบมาก ได้ไปตั้งอยู่ที่บางกอกและได้ซ่อมแซมป้อมซึ่งพวกฝรั่งเศสได้สร้างขึ้นไว้เมื่อครั้งแผ่นดินหลุยส์ที่ 14 และซึ่งพวกพม่าทำลายลงเมื่อได้ตีกรุงแตกแล้ว ” (ประชุมพงศาวดารภาคที่ 39 เรื่องจดหมายเหตุของพวกคณะบาทหลวงฝรั่งเศสซึ่งเข้ามาครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์ กับครั้งกรุงธนบุรีแลครั้งกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น)

เมื่อทรงตั้งกรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานีแล้ว ให้เที่ยวเกลี้ยกล่อมผู้คนที่แตกฉานซุกซ่อนอยู่ตามป่าตามที่ห่างไกลให้กลับมาอยู่ในบ้านเมือง แต่พอคนมารวมกันมากเข้าก็เกิดอัตคัตเสบียงอาหารพากันอดอยาก ด้วยบ้านเมืองมิได้ทำไร่นามาถึง 2 ปี แล้ว สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสามารถแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ ด้วยการทุ่มจ่ายพระราชทรัพย์ซื้อข้าวสารที่พ่อค้าต่างเมืองเอามาขาย แม้เรียกราคาถังละ 4-5 บาท ก็ยอมซื้อเอามาแจกจ่ายชาวพระนครที่อดอยาก เมื่อชาวเมืองต่างถิ่นรู้ว่าขายข้าวที่เมืองธนบุรีได้ราคาดี ก็บรรทุกข้าวมาขายมากขึ้น จนในที่สุดราคาต้องลดต่ำลงเพราะเกินความต้องการของผู้ซื้อ และราษฎรที่แตกฉานหลบซ่อนตัวอยู่ เมื่อทราบว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงทำนุบำรุงราษฎร โดยเมตตาอารี ต่างก็พากันกลับเข้ามาอยู่ตามภูมิลำเนาเดิม เป็นเหตุให้ทรงมีไพร่บ้านพลเมืองเป็นกำลังเพิ่มขึ้นอีก

พระนิสัยที่เห็นเด่นอีกประการหนึ่งก็คือ ความกล้าหาญ ซึ่งก็แสดงออกมาแต่เยาว์วัยเรื่อยตลอดมาจนเข้ารับราชการ เรื่องราวที่ชี้ชัดก็คือ การที่สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ทรงตระหนักในความกล้าหาญและฝีมือในการรบทัพจับศึก จึงทรงสั่งให้มาช่วยรักษากรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อพระเจ้าตากทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาไม่มีความพร้อมเพรียงในด้านทหาร อย่างสิ้นเชิงและพระเจ้าแผ่นดินก็ไม่ทรงมีความสามารถใดๆ ทั้งสิ้น จึงทรงพาพรรคพวกตีฝ่าออกไปมิได้อยู่ต้านพม่าในกรุงศรีอยุธยาตอนใกล้จะเสียกรุง ซึ่งก็ไม่มีทางสู้พม่าได้อยู่แล้ว

“ ...พระองค์ทรงทนทานต่อความเหน็ดเหนื่อย ทั้งทรงกล้าหาญและพระปัญญาเฉียบแหลม มีพระนิสัยกล้าได้กล้าเสียและพระทัยเร็ว ถ้าจะว่าไปก็ทรงเป็นทหารอันกล้าหาญผู้หนึ่ง ตั้งแต่ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติได้เสด็จยกทัพไปปราบปรามเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองไทรบุรี ซึ่งทั้ง สองเมืองก็ยอมอ่อนน้อมสวามิภักดิ์ต่อพระองค์ ต่อมาพระองค์ได้เสด็จไปตีเมืองคันเคาและเมืองป่าสักมาได้ และทางฝ่ายเขมรนั้นก็ไม่มีใครคิดต่อสู้พระองค์ ... ”