 |
เส้าฮั่วลิ่วหลูจึงทรงสละราชสมบัติให้พระเชษฐาและทรงผนวชเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ที่วัดประดู่ คนทั่วไปจึงเรียกพระองค์ว่า เหอซั่งหวัง ตามชื่อไทยคือ ขุนหลวงหาวัด และพระเชษฐาที่ขึ้นครองราชย์นั้นคนทั่วไปเรียกว่า หมาฟงหวัง ซึ่งคือ ขุนหลวงขี้เรื้อน ส่วนพระโอรสซึ่งเกิดจากพระสนมองค์อื่นๆ นั้นไม่พอใจจึงได้พยายามส่งสาส์นไปยังกษัตริย์อูตูฟัน ( พม่า ) ( ในพ.ศ.2301 อันเป็นปีที่ 23 รัชกาลพระเจ้าเฉียนหลง ราชวงส์อลองพญาของพม่า กษัตริย์พม่าทรงพระนามว่า อ่องเซยา (Aungzeya) ได้ตีเมืองมณีปุระ (Manipura) เมืองนี้จีนเรียกว่า อาณาจักรไป๋กู่ ประชาชนชาวเต๋อหลิน ( ตะเลง หรือมอญ ) ได้หนีออกไหจากพม่าเข้าไปอยู่ในอาณาจักรอยุธยา และพม่ายังได้ตีเมือง Negrais ระยะต่อมาพวกตะเลงได้พยายามแก้แค้นพม่า จึงทำให้กษัตริย์พม่าพยายามกวาดล้างพวกตะเลง และเป็นเหตุให้มาตีสยาม ) เพื่อขอให้มาช่วยโค่นล้มขุนหลวงขี้เรื้อน แต่พระองค์ทรงทราบเสียก่อนจึงได้ทรงกำจัดพระโอรสซึ่งเป็นพระอนุชาองค์อื่นๆ หมด มีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระอนุชาองค์อื่นๆ ไม่พอพระทัย คือขุนหลวงขี้เรื้อนทรงมีพี่เขยคือพะยาหนาย ( พระยาราชมนตรีบริรักษ์ ( ปิ่น ) พี่พระสนมเอก ) และพระองค์ทรงฟังความและคำแนะนำต่างๆ จากพะยาหนายคนนี้เพียงคนเดียว จึงเป็นเหตุให้คนอื่นไม่ชอบพะยาหนาย ซึ่งพะยาหนายก็รู้ตัว จึงกราบทูลให้ขุนหลวงขี้เรื้อนทรงทราบ พระองค์จึงให้พะยาหนายไปอยู่ที่ หลิวหลงจ้า ( ไม่ปรากฎในพงศาวดารไทย ) ทางตะวันตกของอยุธยา
นอกจากนี้ เฉินหมอยังให้การอีกว่า เส้าหวังจี๋ ซึ่งเป็นพระอนุชาของขุนหลวงขี้เรื้อนในระยะเวลานั้นทรงมีพระชนมายุ 50 พรรษา และว่าชายาองค์หนึ่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเป็นชาวไป๋โถวฟัน ( เข้าใจว่าเป็นมอญ )
จากจดหมายเหตุจีนบันทึกไว้อีกว่า เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2303 ปีที่ 25 รัชกาลพระเจ้าเฉียนหลง กล่าวคือพะยาหนายได้พยายามทำสัมพันธไมตรีกับพม่าและพม่าได้ยกทัพมารุกรานแถบชายแดนไทยถึง 2 ครั้ง กล่าวคือ ในปีนี้สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ( ขุนหลวงขี้เรื้อน ) ทรงประชวร พะยาหนายก็ได้พยายามชักชวนให้พม่ามาทำสงคราม แต่ขุนหลวงหาวัดทรงทราบเรื่อง พะยาหนายจึงถูกฆ่าเสียก่อน ส่วนกษัตริย์พม่าคือ หมั่งหน่อง ( พระเจ้ามังรอก หรือพระเจ้าอลองพราญี ) ยกทัพมาตีไทยได้ และประชวรด้วยโรคฝีและสวรรคตเสียก่อนในระหว่างทางที่เมืองสะเทิม กองทัพพม่าจึงยกทัพกลับไป เมื่อพระเจ้าหมั่งหน่องสวรรคต พระเจ้ามังลอก (Son Naungdaw-Gyi) สืบราชสมบัติต่อมา จีนเรียกว่า หมั่งจี้เจเว๋ บางทีก็เรียก มังลั่ว หรือ มังหนาว พระองค์ทรงย้ายเมืองหลวงจากเมือง มู่ซู้ ( เมืองรัตนสิงค์ เดิมชื่อหมู่บ้านมุกโชโป ) ไปยังเมือง สือเจ้ หรือตะโก้งหรือสะเก้ง (Sagaing) คนทั่วไปจึงเรียกพระองค์ว่า สะเก้งมิน (Sagaing Min) |
|
|