 |
โดยเริ่มจากพระเพชรมงกุฎทูลลาพระบิดาไปล่าสัตว์กับพี่เลี้ยงแล้วเกิดหลงทางกันขึ้นมา จนถึงเมืองกรรณ ได้พบพระธิดาเมืองกรรณและเกิดความพึงใจต่อกัน พี่เลี้ยงจึงออกอุบายให้พระธิดาเมืองกรรณเป็นชายาของพระเพชรมงกุฎ พระธิดาเกิดความกลัวว่าพี่เลี้ยงจะชวนพระเพชรมงกุฎกลับเมือง จึงวางยาพิษหมายจะฆ่าพี่เลี้ยงให้ตาย แต่พี่เลี้ยงฉลาดกว่า จึงหาทางพาพระเพชรมงกุฎกลับเมืองจนได้
ต่อมาพี่เลี้ยงได้แนะนำให้พระเพชรมงกุฎนำพระธิดากลับมาด้วย โดยทำกลอุบายให้พระเจ้ากรุงกรรณเข้าพระทัยผิด ขับไล่พระธิดาออกจากเมือง พระเพชรมงกุฎจึงรับนางไปที่เมืองตน และทำหนังสือมาขอทำไมตรี พระเจ้ากรุงกรรณทรงทราบว่าถูกกลอุบายจึงตรอมพระทัยจนสิ้นพระชนม์ เวตาลแกล้งถามท้าววิกรมาทิตย์ว่า ความผิดควรตกอยู่ที่ผู้ใด ท้าววิกรมาทิตย์เผลอตอบไปว่า ความผิดอยู่ที่เจ้ากรุงกรรณ เวตาลจึงได้โอกาสที่ท้าววิกรมาทิตย์ผิดสัญญาว่าจะไม่ตรัสอะไรตลอดทาง ลอยกลับไปอยู่ที่ป่าเหมือนเดิม แต่ในที่สุดเวตาลต้องยอมเป็นข้ารับใช้พระวิกรมาทิตย์ต่อไป (อุทัย ไชยานนท์ , 2545 : 56-57)
ตัวอย่างบทชมเนื้อ
ภูธรเสด็จประพาส หมู่จัตุบาทนานา นำนิกรคลาไต่เต้า ออกจากเหล่าแหล่งตน กลาดพน สณฑ์คล้อเคียง เลี้ยวเล็มเกลียงกลางแปลง บ้างเริงแรงโผนผยอง กาสรลองลับเขา ละมั่งเมาเมียงคู่ หมีเม่นหมูปนแปม ลูกน้อยแนมแนบข้าง ช้างน้าวบงช้างแซม ลูกน้อยแกมเล่นลองเชิง โคถึกเถลิงกวางทราย เลียงผาผายเผ่นผา ขลาฟุบแฝงคอยโค แรดร้ายโมห์เคี้ยวหนาม ต่ายเต้นตามหมู่หมาย สัตว์หลากหลายเหลือตรา ต่างคณาเหลือไกร ชมมฤคในป่ากว้าง เพลินหฤทัยเจ้าช้างชื่นแท้โดยจงฯ
ปางเพชรมงกุฎไท้ ทอดตา
ยลมฤคหนึ่งอาภา เผือกผู้
สีสังข์เศวตมุกดา งามแง่
หมู่มฤคร้ายรอบรู้ ยศเบื้องบริวารฯ
พี่เลี้ยงทูลเพชรมงกุฎให้ระงับราคะ
พระเอยยามยากกลั้น กระหาย
เสพย์สิ่งใดอย่าหมาย อิ่มท้อง
รสใดจะหลงหลาย ดุจรส ราคนา
พ่ออย่าหลงเลศต้อง วุ่นว้ายภายหลัง |
|
|