สงครามครั้งที่ 8
คราวอะแซหวุ่นกี้ตีหัวเมืองเหนือ
ปีมะแม พ.ศ. 2318

สงครามครั้งนี้เป็นศึกใหญ่ยิ่งกว่าทุกคราวในสมัยเมื่อกรุงธนบุรีเป็นราชธานี สงครามครั้งนี้ อะแซหวุ่นกี้ได้ประกาศแก่นายกองของตนว่า เดี๋ยวนี้คนไทยไม่เหมือนแต่ก่อนเสียแล้ว เป็นอันว่า ต่อไปพม่าจะเอาชนะไทยอีกไม่ได้ มูลเหตุที่จะเกิดสงครามครั้งนี้ คือเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีตั้งเมืองไทยกลับเป็นอิสระขึ้นนั้น เป็นเวลาพม่ากำลังติดสงครามอยู่กับจีน ครั้นเสร็จศึกจีน เมื่อปีเถาะ พ.ศ. 2314 พระเจ้าอังวะจึงดำริการจะมาตีเมืองไทยอีก คิดจะให้โปสุพลาเป็นแม่ทัพยกลงมาจากเมืองเชียงใหม่ และให้ปะกันหวุ่นเป็นแม่ทัพยกเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ มาล้อมตีกรุงธนบุรีเหมือนเมื่อครั้งตีกรุงศรีอยุธยา แต่เกิดเหตุขัดขวางเสียทั้ง 2 ทาง ทางเมืองเชียงใหม่ ไทยยกไปตีเมืองเชียงใหม่ได้เสียก่อน ทางเมืองเมาะตะมะพอทำทางจะยกกองทัพ พวกมอญก็เป็นกบฏขึ้นวุ่นวายใหญ่โต การที่จะมาตีเมืองไทยจึงเป็นอันไม่สำเร็จตามที่พระเจ้าอังวะได้ทรงดำริไว้

เจดีย์ชเวดากอง เมืองร่างกุ้ง
(ภาพจาก www.trekkingthai.com/
cgi-bin/webboard/generat...
)
ครั้นถึงปีมะเมีย พ.ศ. 2317 พระเจ้าอังวะเสด็จลงมายกฉัตรยอดพระเกศธาตุ เจดีย์ชเวดากอง ที่เมืองร่างกุ้ง ขณะนั้นอะแซหวุ่นกี้ปราบปรามพวกมอญกบฏเสร็จแล้ว เป็นแต่ยังรอกองทัพพม่าที่เข้ามาตามครัวมอญ ที่เมืองเมาะตะมะ พระเจ้าอังวะทรงดำริเห็นว่ามีกองทัพใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเมาะตะมะแล้ว จึงมีรับสั่งมอบการที่จะตีเชียงใหม่ ให้อะแซหวุ่นกี้คิดอ่านต่อไป

อะแซหวุ่นกี้รับรับสั่งของพระเจ้าอังวะกลับมาถึงเมืองเมาะตะมะในเดือน 5 ปีมะแม พ.ศ. 2318 พอกองทัพตะแคงมรหน่องหนีไทยกลับไปถึง ชี้แจงการที่กองทัพพม่าเข้ามาเสียที ไทยจับกองทัพงุยอคงหวุ่นได้ และตีพม่าอีกกองทัพหนึ่งแตกยับเยินไปจากเขาชะงุ้ม ตะแคงมรหน่องจึงต้องหนีกลับออกไป