เพราะข้าราชการจะรู้สึกน้อยใจว่าต้องรับใช้ราชการนานกว่าจะได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์แต่ละชิ้น แต่ผู้บริจาคเงินหากบริจาคเงินเป็นจำนวนมากอาจได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในลำดับชั้นที่สูงกว่าผู้ที่ได้รับราชการมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ทำคุณงามความดีในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่สามารถนำหลักเกณฑ์การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์าตระกูลมงกุฎไทยหรือช้างเผือกมาใช้ได้

ดังนั้น ในปี พ.ศ.2534 รัฐบาลจึงได้ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลใหม่แยกจาก ตระกูลมงกุฎไทยและตระกูลช้างเผือก เพื่อพระราชทานให้แก่ผู้ที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ ศาสนา และประชาชนเป็นหลัก โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาและไม่ใช่เรื่องทางราชการโดยตรง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ พระราชทานชื่อและพระราชาธิบายว่า เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ หรือ ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน หลังจากได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในปี พ.ศ.2534 แล้ว ได้ใช้เวลาอีก 4 ปี ในการตราพระราชกฤษฎีกา เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การขอรับพระราชทาน ดังนั้น ในปี พ.ศ.2538 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ จึงมีการประกาศใช้ ซึ่งเป็นการประกาศในวโรกาสเดียวกับการเฉลิมฉลองพิธีกาญจนาภิเษกในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 50 ปี

องค์ประกอบของเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ องค์ประกอบสำคัญเป็นรูปครุฑและมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ “ ภปร.” อยู่ด้านหลังดวงตราและดารา ซึ่งเป็นที่หมายสำคัญว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ ให้สร้างขึ้นสำหรับพระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบเป็นการเฉพาะในรัชสมัยปัจจุบัน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์แบ่งเป็น 7 ชั้น คือ

ชั้นที่ 1 ปฐมดิเรกคุณาภรณ์
อักษรย่อ ป.ภ.

ชั้นที่ 2 ทุติยดิเรกคุณาภรณ์
อักษรย่อ ท.ภ.