หากนำเวลาครองราชย์ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยามาเปรียบเทียบแล้ว จะปรากฏว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ซึ่งมีเวลาครองราชย์ยืนนานที่สุดในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และจำนวนปีใกล้เคียงกับรัชกาลที่ 5 ดังที่ภาษาราชการเรียกว่า “ เสมอด้วยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2” ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริที่จะเสด็จไปยังพระนครศรีอยุธยา เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2

ตลอดจนพระมหากษัตราธิราชทุกพระองค์แห่งกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี ได้เสด็จพระราชดำเนินจากกรุงเทพพระมหานครไปประทับแรมที่อยุธยา ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 2 ธันวาคม ร.ศ.126 ทรงประกอบพระราชพิธีบวงสรวงอดีตพระมหากษัตราธิราช  และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามโบราณราชประเพณีทุกประการ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการและประชาชน ต่างก็ทราบว่าเป็นวาระมงคลของพระองค์ จึงพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติในโอกาสนี้ด้วย คือจัดข้าราชการและประชาชนเข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล มีการสมโภชโดยจัดมหรสพโบราณ การละเล่นและกีฬาพื้นเมือง เช่น ระเบง โมงครุ่ม รำโคม สิงห์โตมังกร กระตั้วแทงควาย แทงวิไสย เป็นต้น ส่วนในเวลากลางคืนมีการแข่งขันการจุดดอกไม้เพลิง หลายชนิด หลากสีเป็นจำนวนถึง 4,430 ชุด เป็นงานยิ่งใหญ่ด้วยเหตุว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้โดยยาก เพราะระหว่างเวลา 556 ปี เกิดขึ้นเพียง 2 ครั้ง เท่านั้น ในปีต่อมาคือ ร.ศ.127 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครองราชสมบัติครบ 40 ปีบริบูรณ์ และย่างเข้าปีที่ 41 จึงนับได้ว่ามีเวลาครองราชย์ยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ผ่านมา

การจัดพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกในปี ร.ศ.126 นั้น ถือได้ว่าเป็นงานสำคัญใหญ่ยิ่ง มีการเตรียมงานล่วงหน้าจัดขึ้นก่อนเวลา 1 ปี ประธานจัดงานคือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (รัชกาลที่ 6) มีคณะกรรมการ ประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คณะกรรมการมีมติว่าจะหาเงินถวายเพื่อให้ทรงใช้ตามพระราชหฤทัย และราษฎรทุกคนซึ่งมีความจงรักภักดี ควรจะได้มีส่วนร่วมด้วย ดังนั้น ในการบอกบุญจึงเปิดโอกาสให้ราษฎรได้ถวายเงินตามฐานะของตน คือระบุให้ถวายตั้งแต่ 1 สตางค์ขึ้นไปและให้จดชื่อไว้ทุกคน จำนวนเงินที่ได้รับมาทั่วประเทศจึงได้มากมาย เกินคาด ระหว่างเดือนมีนาคม ร.ศ.125 ถึงต้นพฤศจิกายน ร.ศ.126 นั้น พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรป เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงประเทศฝรั่งเศส ได้เสด็จไปที่พระราชวังแวร์ซาย ทรงพอพระราชหฤทัยพระบรมรูปทรงม้าของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14