4. พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ (60 พรรษา)
ในศุภวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2530 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายชัยมงคลาภิเษก ณ ท้องสนามหลวง โดยนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกาจะกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายชัยมงคล และถวายน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ที่พลีกรรมจากแหล่งน้ำสำคัญทุกจังหวัด ทั่วพระราชอาณาจักร ดังรายละเอียดดังนี้

พระที่นั่งชัยมังคลาภิเษก
เนื่องในวาระสำคัญนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมศิลปากร ปลูกสร้างพระที่นั่งชัยมังคลาภิเษก ณ บริเวณท้องสนามหลวง มีนายประเวศ ลิมปรังษี ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองหัตถศิลป์เป็นผู้ออกแบบ (ปัจจุบันคือ สถาบันศิลปกรรม) โดยอาศัยรูปลักษณะจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่ทำเป็นพระที่นั่งโถงอาคารไม้ปราสาทจตุรมุข ยอดทรงมณฑป องค์พระที่นั่งทาสีขาวภายในประดับลวดลายฉลุสีทอง ภายนอกเป็นลายซ้อนไม้ ช่อฟ้าใบระกาเป็นสีทอง เพื่อใช้เป็นสถานที่กราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับการถวายชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติและถวายน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นน้ำสรงมูรธาภิเษก
สำหรับน้ำที่นำมาทูลเกล้าฯ ถวาย เป็นน้ำสรงมูรธาภิเษก ในวันเสด็จออกมหาสมาคมนั้นกระทรวงมหาดไทย ได้ประกอบพิธีพลีกรรม ตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือแหล่งน้ำที่จังหวัดเคยใช้ทำน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธี บรมราชาภิเษกแต่ละสมัยและแม่น้ำสำคัญในจังหวัด ประกอบพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในวันและเวลา เดียวกันพร้อมทั่วทุกจังหวัดคือ ประกอบพิธีกรรมตักน้ำจากสถานที่ในวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2530 ประกอบพิธีเสกน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ พระอารามสำคัญของจังหวัดในวันที่ 11 พฤศจิกายน นำส่งมายังมหาดไทย เพื่อประกอบรัฐพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ณ พระวิหารหลวงวัดสุทัศน์เทพวราราม ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2530