รัตนะ 7 ประการ ถ่าย จากภาพปั้นที่จำลองขึ้นใหม่ เพื่อกิจการแห่งโรงมหรสพทางวิญญาณ
ณ สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

รัตนะ 7 ประการ นับเรียงไปจากทางซ้ายมือก็คือ นางแก้ว, จักรแก้ว, ปริณายกแก้ว, คฤหบดีแก้ว, ช้างแก้ว, ม้าแก้ว, และแก้วมณี (ก้อนกลมๆ ที่อยู่ตรงหน้าคนที่กำลังพนมมือ), องค์พระจักรพรรดิคือผู้ที่นั่งอยู่ใต้ฉัตร ซึ่งมีคนคนหนึ่งถืออยู่ข้างหลัง, ส่วนคนที่กำลังพนมมือนั้นเป็นเพียงสัญลักษณ์ของการถวาย หรือผู้ถวายสมบัติทั้งหมด

หมายเหตุ รัตนะทั้งเจ็ดอันได้แก่ นางแก้ว จักรแก้ว ปริณายกแก้ว คฤหบดีแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว และแก้วมณี จาก ภาพพระจักรพรรดิในท่ามกลางรัตนะ 7 ประการ (ถ่ายจากภาพปั้นที่จำลองขึ้นใหม่ เพื่อกิจการแห่งโรงมหรสพทางวิญญาณ ณ สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี, พุทธทาสภิกขุ รวบรวมและอธิบาย, http://www.buddhadasa.org/html/life-work/theatre/sculpture/sculpture 32.html, 12/4/2547) มีความหมายดังนี้ นางแก้ว ย่อมหมายถึง ภรรยาที่ดี อันย่อมจะรวมถึงกิจการฝ่ายในทั้งหมดที่ดีที่สุดด้วยเป็นธรรมดา, จักรแก้ว คือแสนยานุภาพที่ดีที่สุด, ปริณายกแก้ว คือข้าราชการที่ดีที่สุด, คฤหบดีแก้ว คือเศรษฐีและพลเมืองที่ดีที่สุด, ช้างแก้ว คือยานพาหนะขนาดหนักที่ดีที่สุด ซึ่งถ้าเป็นสมัยนี้ก็ได้แก่กิจการรถไฟเป็นต้น, ม้าแก้ว ก็คือการคมนาคมที่ดีที่สุด ซึ่งถ้า เป็นสมัยนี้ก็ได้แก่กิจการระบบโทรคมนาคมอีกนั่นเอง เพราะสมัยโบราณใช้ม้าเป็นเครื่องมือสื่อสาร แก้วมณี นั้น เล็งถึงสติปัญญาอันเลิศของพระจักรพรรดิเอง เพราะเล็งถึงสิ่งที่ให้เกิดความสำเร็จได้อย่างสารพัดนึก . ดังนั้นใคร ๆ ก็อาจจะมองเห็นได้เองว่า สิ่งที่เรียกว่าแก้ว 7 ประการนั้นเป็นสิ่งจำเป็นแก่พระราชาเพียงไร แม้กระทั่งแก่ระบบการปกครองบ้านเมือง